Last updated: 21 ก.ค. 2568 | 243 จำนวนผู้เข้าชม |
Fasting กับร่างกายของเรา: ไม่ใช่แค่งดอาหาร แต่คือการตั้งใจดูแลตัวเองในอีกมิติหนึ่ง
เวลาคนไข้ถามหมอเรื่อง Intermittent Fasting (IF) หมอมักเริ่มด้วยการบอกว่า...มันไม่ใช่การ “อดอาหาร” เพื่อทรมานตัวเองนะคะ แต่คือการออกแบบช่วงเวลาที่เราจะ “กิน” ให้สอดคล้องกับกลไกธรรมชาติของร่างกายต่างหาก
Fasting เป็นเรื่องของ “เมื่อไหร่จะกิน” มากกว่า “จะกินอะไร” และนั่นคือสิ่งที่ทำให้มันพิเศษ
รูปแบบของ Fasting ที่คนทำบ่อย
จริงๆ แล้วมีหลายแบบค่ะ แต่ถ้าพูดถึงวิธีที่เข้าใจง่ายและคนนิยมกันเยอะ หมอขอสรุปเป็นแบบนี้
หมอเริ่มจาก 16/8 มาสักพัก แล้วค่อยๆ ปรับจังหวะของร่างกายจนวันนี้สามารถกินวันละมื้อเดียวได้อย่างรู้สึกสมดุล ไม่หิว ไม่ทรมานเลยค่ะ กลายเป็นว่าร่างกายทำงานได้ดี สมองใส มีสมาธิมากขึ้นกว่าตอนกิน 3 มื้อด้วยซ้ำ รู้สึกได้ว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องน้ำหนัก แต่มันคือ “ความเบาสบายจากภายใน” จริงๆ
แล้ว Fasting ดีต่อร่างกายยังไง?
หมอเข้าใจว่า หลายคนเริ่มจาก “อยากผอม” แต่พอทำไปจริงๆ กลับได้มากกว่านั้น
มาทำความเข้าใจกันให้ลึกอีกนิด
เวลาร่างกายเราไม่ได้รับอาหารนานเกิน 10–12 ชั่วโมงขึ้นไป มันจะเริ่มเข้าสู่โหมดที่เรียกว่า “เปลี่ยนแหล่งพลังงาน” จากกลูโคส → ไปสู่ไขมัน เมื่อกลูโคสในเลือดและไกลโคเจนที่สะสมเริ่มหมดไป ร่างกายจะสลายไขมันที่เก็บไว้ มาใช้เป็นพลังงานแทน ผลพลอยได้คือเกิด "คีโตนบอดี้" ที่สมองสามารถใช้เป็นพลังงานได้ดีอย่างน่าทึ่ง
Autophagy: รีไซเคิลเซลล์ เสริมพลังความอ่อนเยาว์
ชื่ออาจฟังดูวิชาการ แต่หมอชอบเรียกมันว่า "ระบบรีไซเคิลของร่างกาย" ค่ะ เมื่อเราเว้นช่วงการกินนานพอ เซลล์จะเริ่มเคลียร์ของเสีย ทั้งโปรตีนที่เสื่อมสภาพ ไวรัส หรือแบคทีเรียที่แอบซ่อนอยู่
ร่างกายจะไม่ทิ้งของเสีย แต่เอากลับมาใช้ใหม่ ทำให้เราดูสดใสขึ้นทั้งภายในและภายนอก
และที่สำคัญ มันอาจเป็นกุญแจสำคัญในการชะลอความเสื่อมของร่างกายที่ลึกกว่าการทาครีม หรือฉีดวิตามิน
ระวังนิดนะคะ ไม่ใช่ทุกคนควรเริ่ม Fasting เอง
แม้ว่า Fasting จะฟังดูเป็นธรรมชาติและมีประโยชน์ แต่หมออยากเตือนว่า “มันไม่ใช่ทางลัด” และ “ไม่ใช่ทุกคนจะเหมาะกับมัน” กลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยง:
ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าร่างกายพร้อมหรือไม่ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มนะคะ
หมออยากให้คุณ เริ่มอย่างปลอดภัย และยั่งยืนในแบบของคุณ
จากประสบการณ์ตรงของหมอเอง:
หมอเลือกทำ Fasting เพราะอยากดูแลสุขภาพในแบบที่เรียบง่าย ไม่ต้องพึ่งพาอะไรซับซ้อน
วันนี้หมอเลือก OMAD—กินเพียงมื้อเดียวต่อวัน
ไม่ได้รู้สึกหิวทรมาน แต่กลับรู้สึก “เคลียร์” ทั้งสมองและร่างกาย
เหมือนได้คืนพื้นที่ภายในให้ระบบต่างๆ ได้พัก ได้ฟื้น และได้ซ่อมแซมในจังหวะธรรมชาติที่ควรจะเป็น
ขอเพียงแค่เริ่มจากความเข้าใจ
แล้วคุณจะพบว่า Fasting ไม่ใช่แค่เรื่องของอาหาร แต่มันคือเรื่องของ “ความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับร่างกายของตัวเอง” ค่ะ
17 ก.พ. 2568