หลุมสิว (Acne scar)
หลุมสิว คือรอยแผลเป็นชนิดหนึ่งในผู้ที่เป็นสิวนำมาก่อน มีการศึกษาพบว่าคนที่เป็นสิวจะเกิดรอยแผลเป็นหลุมสิวตามมาได้ถึง 95% แม้จะได้รับการรักษาสิวอย่างดีเพียงใดก็ตาม ก็อาจหลีกเลี่ยงการเกิดขึ้นของหลุมสิวไม่ได้ ซ้ำร้ายการเป็นหลุมสิวจะปรากฏร่องหลุมลึกที่มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยปัจจัยกระตุ้นจากแสงแดด มลภาวะ และอายุวัยที่มากขึ้น

ซึ่งปัญหาการเป็นหลุมสิวนี้ไม่ใช่แค่เกิดรอยแผลเป็นที่รักษายากเท่านั้น แต่บางครั้งยังกระทบต่อสภาวะความรู้สึกจิตใจของคนไข้เองทำให้สูญเสียความมั่นใจในตัวเอง เกิดภาวะเครียด วิตกกังวล ไปจนถึงภาวะซึมเศร้า จนกระทบต่อคุณภาพชีวิต การเรียนและการทำงานได้เลยทีเดียว


หลุมสิวถือเป็นร่องรอยจากสิวที่รักษาได้ยากที่สุด ถ้าเทียบกับรอยสิวประเภทอื่นๆ เช่น รอยแดง รอยดำ
ถึงแม้ว่าในปัจจุบัน เราจะยังไม่สามารถทำให้ผิวที่เป็นหลุมสิว กลับมาเรียบเนียนเหมือนผิวเดิมปกติได้ 100%
แต่เราก็สามารถทำให้ฟื้นฟูเซลล์เนื้อเยื่อใหม่และเติมเต็มหลุมขึ้นมาได้ถึง 50-80%
หลักการสำคัญของการรักษาหลุมสิว คือ ทำให้หลุมสิวดูตื้นขึ้นใกล้เคียงผิวปกติมากที่สุด
โดยเกิดผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์จากการรักษาที่น้อยที่สุด และคนไข้สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติโดยเร็วที่สุด

*หลุมสิว เกิดขึ้นได้อย่างไร
หลุมสิว คือแผลเป็นจากสิวชนิดหนึ่ง
เกิดจากกระบวนการอักเสบกัดกินเนื้อเยื่อคอลลาเจนลึกลงไปถึงชั้นหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิว
ทำให้เนื้อผิวในส่วนนั้นยุบตัวลง แต่เมื่อสิวและการอักเสบหายไป
เนื้อผิวบริเวณนั้นกลับไม่ยอมสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ แต่กลับกลายเป็นพังผืดใต้ชั้นผิวขึ้นมาแทน
ทำให้ผิวหน้าเกิดเป็นรอยหลุม ขรุขระ เป็นรู ดูไม่เรียบเนียน

*หลุมสิวมีกี่ประเภท
หลุมสิวแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆ ดังนี้
1.Ice pick scar หรือ หลุมสิวแบบจิกลึก มีลักษณะปากแผลแคบ ก้นแผลจิกลึกลงไปมาก เป็นชนิดที่รักษายากที่สุด
2.boxcar scars มีลักษณะปากแผลกว้าง แต่ขอบแผลคม ชันเหมือนหน้าผา และก้นแผลมักตื้นกว่าแบบ icepick
3) rolling scar มีลักษณะปากแผลกว้าง ขอบแผลเป็นสโลปไม่ชัน ก้นแผลไม่ลึกมาก เมื่อทดสอบด้วยการดึงผิวให้ตึง
(stretch test) หลุมสิวจะดูตื้นขึ้นชัดเจน เป็นชนิดของหลุมสิวที่รักษาให้ดีขึ้นได้มากที่สุด
โดยทั่วไป คนไข้มักจะมีหลุมสิวทั้ง 3 แบบนี้อยู่รวมกัน

*การแบ่งระดับความรุนแรงของหลุมสิว
- ระดับเล็กน้อย (Mild disease) หลุมสิวไม่ลึกมาก สามารถแต่งหน้าปกปิดได้

- ระดับปานกลาง (Moderate disease) หลุมสิวที่ไม่สามารถแต่งหน้าปกปิดได้ แต่เมื่อทดสอบด้วยการดึงผิวให้ตึงแล้ว
หลุมสิวดูตื้นขึ้น
- ระดับรุนแรง (Severe disease) หลุมสิวที่ก้นแผลลึกและขอบแผลชันมาก เมื่อทดสอบด้วยการดึงผิวให้ตึง
หลุมสิวก็ไม่ตื้นขึ้น
*การรักษาหลุมสิว
เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการรักษาแผลเป็นหลุมสิวนั้นมีหลายวิธีด้วยกัน


โดยหมอจะขอแบ่งเป็นกลุ่มการรักษาเพื่อให้เข้าใจง่าย ดังนี้
1.กลุ่ม Resurfacing เรียกง่ายๆก็คือการกรอผิวให้เนียนขึ้นนั่นเอง ในกลุ่มนี้ ก็ได้แก่
-Dermabrasion คือการใช้เครื่องมือกรอผิวให้เรียบเนียนเสมอกันมากขึ้น
-Chemical peeling คือการใช้สารเคมีมาผลัดเซลล์ผิวเก่าด้านบนออกไป
และช่วยกระตุ้นการสร้างผิวใหม่ขึ้นมาแทน เช่น การใช้กรด TCA, lactic acid, Salicylic acid, AHA
ในความเข้มข้นที่สูงกว่าที่ผสมในครีมเครื่องสำอางทั่วไป มาจี้ตามจุดหลุมสิว หรือทาให้ทั่วใบหน้า
โดยต้องทำหลายครั้งและสม่ำเสมอ
-Laser resurfacing ก็คือการใช้เลเซอร์ชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะชนิดที่เรียกว่า Fractional Laser
หรือที่เราเห็นหลังทำแล้วผิวหน้าเป็นสะเก็ดตารางๆ นั่นเอง ซึ่งในท้องตลาดก็มีชื่อเรียกต่าง ๆกันไป
ขึ้นอยู่กับต้นกำเนิดพลังงาน เช่น ถ้าเป็นคลื่นวิทยุก็ คือเครื่อง E-matrix หรือถ้าเป็น erbium lasers ก็เช่น Fraxel เป็นต้น
โดยเลเซอร์ที่ให้ผลลัพธ์การรักษาหลุมสิวดีขึ้นมากที่สุดในกลุ่ม กลับเป็นชนิด Ablative laser
คือเป็นเลเซอร์ลอกผิวที่มีความรุนแรงต่อผิวมาก เช่น Fractional CO2, Fractional 2940 nm Er:YAG แม้จะได้ผลดีขึ้นถึง
80% แต่ต้องแลกมาด้วยผลข้างเคียงเป็นรอยดำที่หน้า(ซึ่งอาจทิ้งรอยดำนานเป็นปีๆ หรือเกิดฝ้าขึ้นมาแทน) อาการบวม แดง
รอยแผลถลอกที่ต้องพักฟื้นหน้านาน รวมถึงการสมานผิวที่ต้องใช้เวลานานกว่ามาก จึงไม่ได้รับความนิยม
และไม่เหมาะกับผิวคนเอเชีย
การรักษาเหล่านี้มีหลักการเดียวกัน คือทำให้เกิดบาดแผลขึ้นที่ผิวหนัง แล้วหวังผลให้ผิวหนังซ่อมแซมตัวเอง
สร้างเนื้อเยื่อใหม่ ได้ผิวที่เรียบเนียนขึ้น ซึ่งก็ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง เพราะบางรายมีพังผืดยึดเกาะใต้ผิวมาก
หรือบางครั้งคุณภาพผิวเราไม่ดีแล้ว การสร้างเซลล์ใหม่จึงไม่ดีด้วย ทำให้ผิวบางลง ยิ่งทำเลเซอร์บ่อย ผิวยิ่งบาง หน้าแดงง่าย
เห็นเส้นเลือดฝอยเล็กๆใต้ผิว แสบหน้า ผิวแพ้ง่าย และผิวหน้าดำคล้ำลงได้ง่าย แม้เวลาถูกแดดเพียงเล็กน้อยก็ตาม


2.กลุ่มการศัลยกรรมตัดผังผืด
- Subcision คือใช้เข็มคมขนาดใหญ่ หรือ เข็มชนิดพิเศษที่มีปลายมีด มาตัดเลาะพังผืดใต้ผิว
เป็นวิธีพื้นฐานที่มักทำควบคู่กับวิธีอื่น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด วิธีนี้อาจมีรอยเขียวช้ำ ห้อเลือดตามมาได้
และหากทำโดยเทคนิคที่ไม่ถูกต้องแล้วอาจทำให้เกิดผังผืดใหม่ที่มากขึ้นได้เช่นกัน
- Excision and grafting เป็นการผ่าตัดเอาเนื้อเยื่อตรงที่เป็นหลุมสิวออกไป แล้วเย็บปิดแผล
หรือใช้เนื้อผิวบริเวณอื่นมาแปะลงบริเวณที่โดนตัดออก
วิธีนี้ดูเหมือนเป็นการรักษาที่ตัดต้นตอของหลุมสิวออกไปได้มากที่สุด แต่มีข้อจำกัดในด้านการดูแลรักษา การหายของแผล
และเสี่ยงเกิดรอยแผลเป็นชนิดใหม่ตามมาได้เช่นกัน จึงไม่ใช่วิธีแรกในการเลือกรักษา

3.กลุ่มเครื่องมือที่ใช้เข็ม (Skin needling) เช่น Dermaroller, Dermapen, เลเซอร์ Microneedle RF
กลุ่มนี้ใช้หลักการทำให้ผิวเกิดการบาดเจ็บด้วยเข็มขนาดเล็ก เพื่อให้ร่างกายเกิดกระบวนการรักษาบาดแผลขึ้นมา
จึงมีการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาซ่อมแซมผิวด้วย
4.กลุ่มเติมเต็มและยกกระชับ
- ฟิลเลอร์หลุมสิว คือการใช้สารเติมเต็มชนิด Hyaluronic acid หรือ HA Filler
มาฉีดเติมเข้าไปที่ก้นหลุมให้เนื้อผิวฟูเต็มขึ้นมาโดยตรง วิธีนี้เหมาะกับหลุมสิวชนิด rolling scar ที่มีปากแผลกว้าง
ขอบและก้นแผลตื้น โดยต้องมีการตัดเซาะผังผืดใต้แผลร่วมด้วย จึงจะได้ผลดี หลังเติมจะเห็นผลชัดเจนทันที
และอีกเทคนิคหนึ่งของการใช้ฟิลเลอร์มาช่วยให้หลุมสิวดูตื้นขึ้นทางอ้อม ด้วยเทคนิค Filler Lifting and Volumizing
คือการใช้ฟิลเลอร์มายกกระชับและเติมเต็มบริเวณผิวข้างเคียงหลุมสิว ทำให้หลุมสิวถูกตรึงให้ตื้นขึ้น
เทคนิคนี้นอกจากช่วยให้หลุมสิวดูตื้นขึ้นแล้ว ยังช่วยให้ใบหน้าโดยรวมดูอ่อนวัยสดใสขึ้นได้อีกด้วยค่ะ
ผลลัพธ์ของฟิลเลอร์หลุมสิวจะเห็นการเปลี่ยนแปลงเลยทันทีกว่า 50% อยู่ได้นานประมาณ 1 ปี และในระหว่างที่ HA
ยังอยู่ใต้ผิวเรา จะช่วยบำรุงและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอีลาสตินใหม่ที่แข็งแรงขึ้น
แม้ว่าเวลาผ่านไปแล้วฟิลเลอร์จะสลายหมด ผิวตรงหลุมสิวก็จะยังคงดีกว่าตอนก่อนฉีดค่ะ
-PN (หรือ Polynucleotide) คือสารที่ได้จากการกลั่น และสกัดจาก SalmonDNA ที่มีโครงสร้างทาง DNA
ที่เหมือนกับร่างกายของมนุษย์ โดยที่ตัวยาจะไปกระตุ้นการสร้างและจัดเรียงตัวของ Collagen & Fibroblast
เพื่อสร้างเนื้อเยื่อมาเติมเต็มหลุมสิว PN มีโครงสร้างสาย DNA ที่มีลักษณะยาวกว่า PDRN
สามารถฟื้นฟูซ่อมแซมผิวได้ในระดับที่ดีกว่า PDRN (Polydeoxyribonucleotide) ถึง 50
% โดยมีงานวิจัยทางการแพทย์รองรับว่า PN หรือ Polynucleotide
มีประสิทธิภาพในการเพิ่มความหนาของชั้นผิว และเพิ่มความขาวกระจ่างใสภายในระยะเวลา 2-4 สัปดาห์ โดยตัว PN
ที่ใช้นี้กำลังเป็นที่นิยมสูงที่สุดในเกาหลีและสิงคโปร์ ส่วนใหญ่จะมีชื่อทางการค้าว่า รีจูรัน, มุลกวัง, bubbles DNA
วิธีนี้เปรียบเสมือนการซ่อมผิว และสร้างเนื้อผิวใหม่ขึ้นมาบริเวณหลุมสิว จึงได้ผลดีในระยะยาว
นอกจากช่วยแก้ไขหลุมสิวแล้ว ยังใช้ทำให้ผิวเงา ฉ่ำวาว แบบที่หนุ่มสาวเกาหลีนิยมทำกันด้วยค่ะ
-PDRN (Polydeoxyribonucleotide) คือสารที่ได้จากการกลั่นและสกัดจากสเปิร์มปลาแซลมอน มีโครงสร้างสาย
DNA ที่สั้นกว่า PN และเข้มข้นน้อยกว่า
มีคุณสมบัติเร่งกระบวนการฟื้นฟูเซลล์ผิวและเนื้อเยื่อที่มีความเสื่อมสภาพ และยังมีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์มากมาย
ว่าสามารถเข้ากับเซลล์ของมนุษย์ได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ วิธีนี้ช่วยฟื้นฟูซ่อมแซมผิวได้คล้ายคลึงกับ
PN แต่ต้องทำซ้ำหลายครั้งจึงจะได้ผลที่เทียบเคียง PN ราคาต่อครั้งถูกกว่า

5.กลุ่มเซลล์ต้นกำเนิด
- PRP ย่อมาจาก Platelet Rich Plasma  การรักษาด้วยวิธีนี้ในต่างประเทศ
ถือว่าเป็นการักษาใหม่ที่เพิ่งได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย วิธีการรักษา คือ
การสกัดเอาส่วนที่เป็นของเหลวหรือน้ำเลือด (Plasma) ซึ่งอุดมไปด้วยเกร็ดเลือด (Platelet) และ Growth
Factor สำคัญหลายชนิด ซึ่ง Growth Factor เป็นสารที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
สามารถกระตุ้นให้เซลล์มีการเพิ่มจำนวนเจริญเติบโต และซ่อมแซมตัวเอง เมื่อร่างกายเกิดการบาดเจ็บขึ้น
ทำให้ร่างกายเกิดกระบวนการหายของแผลอย่างเป็นธรรมชาติ การนำ PRP มาใช้ในหลุมสิว
มักเป็นการรักษาร่วมกับการทำเลเซอร์ โดยจะช่วยเร่งซ่อมแซมบริเวณที่เป็นหลุมสิว หรือบริเวณผิวหลังจากการทำเลเซอร์
เพื่อให้ผิวบริเวณนั้นๆ #ฟื้นฟูได้รวดเร็ว และได้ผลลัพธ์จากการรักษาที่ดียิ่งขึ้น แต่ PRP

ในท้องตลาดมีทั้งราคาถูกและราคาแพง ซึ่งราคาจะแตกต่างกันไปตาม
#เครื่องมือคัดแยกแตกต่าง #หลอดที่ใช้แตกต่าง #ผลลัพธ์ย่อมแตกต่าง

 

 Real Acne Scar Filling

ฟิลเลอร์หลุมสิว 

 
 
เป็นโปรแกรม เติมเต็มหลุมสิวด้วย
• HA filler 1 cc
• Subcision เซาะผังผืดด้วยเข็มชนิดพิเศษ
• PDRN + Growth Factor 2 ครั้ง

เห็นผลหลังทำทันที เพียงครั้งเดียว
✔️ช่วยเติมเต็มและกระตุ้นคอลลาเจน
✔️หลุมสิวตื้นขึ้นทันที
✔️ผิวดีขึ้น อ่อนเยาว์ขึ้น
✔️ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื้น
✔️ไม่มีสะเก็ดแผลแบบเลเซอร์
✔️วันรุ่งขึ้นแต่งหน้าได้เลย
 

 


HA Filler คือสารเติมเต็ม แบ่งออกเป็นหลายชนิด โดยชนิดที่ได้รับการรับรองว่าปลอดภัยและผ่าน อย.ในไทยมีเพียงชนิดเดียว คือ HA Filler (Hyaluronic acid filler)


ช่วยแก้ปัญหาร่องลึก ต่างๆได้ทั่วใบหน้า ได้แก่ ขมับตอบ แก้มตอบ ร่องแก้ม ร่องใต้ตา รวมไปถึงช่วยยกกระชับและปรับรูปหน้าให้เรียวมีมิติได้อีกด้วย

ของแท้ต้องสลายได้ จะสลายไปภายใน 2 ปี ไม่มีก้อนตกค้างไม่ไหลย้อยผิดรูป ไม่ก่อผังผืด ส่วนฟิลเลอร์ที่เคยเกิดปัญหาในสมัยก่อน มักเป็นจำพวก ซิลิโคนเหลว พลาสติก สารไบโอ พาราฟิน ที่มีการลักลอบนำเข้ามา และฉีดโดยไม่ถูกต้อง สารเหล่านี้เป็นชนิดที่ไม่สลายจึงเกิดปัญหาเป็นก้อนตกค้าง ไหลย้อย ผิดรูป และผังผืด รั้งผิว ดังนั้นควรเลือกฉีดฟิลเลอร์โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานและผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องผ่าน อย.

อยู่ได้นาน 4 เดือน ถึง 2ปี แล้วแต่ชนิด ขนาดโมเลกุล เทคนิคการฉีดของแพทย์และปัจจัยในตัวผู้รับการฉีดเองค่ะ

ปลอดภัย เป็นสารธรรมชาติ ไม่เป็นพิษ ไม่ก่ออาการแพ้ต่อร่างกาย สามารถย่อยสลายเองได้จนหมด ไม่เหลือสารตกค้าง

ยี่ห้อที่ได้รับรองจากอย.ไทย ได้แก่Restylane, Juvederm, Belotero, Perfectha, Neuramis, Redexis
เรามาดูเหตุผลดีๆ ทำไมต้อง Real Clinic กันค่ะ

1. ดูแลโดยแพทย์ผิวหนังความงาม คุณหมอเบนซ์ พญ.รมิตา สุภาสัย พบ.วทม.ตจวิทยา (ผิวหนัง) ประสบการณ์สูง กว่า 10 ปี รู้กายวิภาค เส้นเลือดบนใบหน้าเป็นอย่างดี ฉีดได้อย่างมั่นใจ ละเอียด ปลอดภัยค่ะ



 
2. คุณหมอเบนซ์ถนัดและเชี่ยวชาญ HA Filler โดยเฉพาะ สามารถฉีดฟิลเลอร์ได้ทุกตำแหน่งบนใบหน้า เทคนิคเฉพาะตัว และมีสไตล์ในการฉีดให้ออกมาแบบธรรมชาติที่สุด
      
 

3. Real Clinic สั่งซื้อ HA Filler จากบริษัทผู้นำเข้าอย่างถูกต้อง มีใบรับรองจากบริษัทโดยตรง ปลอดภัย มั่นใจของแท้ มี อย.ค่ะ 
    


4. Real Clinic ไม่มีเซลล์ เน้นให้บริการอย่างจริงใจ ตรงไปตรงมา ไม่ยัดเยียดในสิ่งที่ไม่จำเป็นกับคนไข้ เราเล็งเห็นถึงปัญหา ที่เวลาเข้ามาที่คลินิกความงามส่วนใหญ่ คนไข้มักโดนการยัดเยียดขายคอร์สที่ไม่จำเป็น คุณหมอเบนซ์และทีมงานทุกคน จึงสร้างสรรค์บริการด้วยใจและการรักษา โดย "ไม่ต้องมีเซลล์ คอยยัดเยียดขายคอร์ส"

 
 

5. คุณหมอเบนซ์จึงให้คำปรึกษาด้วยตนเองทุกเคส มั่นใจได้ว่าปัญหาที่คนไข้กังวลนั้น จะได้รับการแก้ไขด้วยวิธีที่เหมาะสมที่สุด ด้วยโปรแกรมการรักษาที่คุ้มค่าที่สุด พร้อมคำแนะนำอย่างจริงใจ ตรงไปตรงมาค่ะ

 



6. รางวัล เกียรติบัตร การันตรี คุณหมอเบนซ์อัพเดทความรู้ตลอดเวลา เข้าคอร์สอบรมเพิ่มเติมเป็นประจำ เพื่อให้ทันเทรนด์ยุคสมัย ให้คนไข้ได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุด


7. Real Clinic ได้รับใบอนุญาต ดำเนินการโดยแพทย์ ทุกอย่างถูกต้องชัดเจนค่ะ
  
 
8. Real Clinic เน้นความเป็นส่วนตัวสูง ห้องเดี่ยว สะอาด ร่มรื่น มีที่จอดรถเพียงพอ
  

9. หมอเบนซ์เชื่อว่า " ทุกคนดูดีขึ้นได้ที่ Real Clinic ค่ะ "
 
Powered by MakeWebEasy.com