ร่องลึกใต้ตา เกิดจากอะไร? รักษาอย่างไร?

Last updated: 2021-10-10  |  1408 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ฟิลเลอร์ใต้ตา

ร่องใต้ตา เกิดจากอะไรได้บ้าง ?

  • อายุ ริ้วรอยตามธรรมชาติเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดรอยคล้ำใต้ดวงตา เมื่ออายุมากขึ้นผิวจะบางลง สูญเสียไขมันและคอลลาเจนที่จำเป็นในการรักษาความยืดหยุ่นของผิว จึงมองเห็นได้ชัดเจนขึ้น


  • เมื่อยตา จ้องมองที่โทรศัพท์หรือหน้าจอคอมพิวเตอร์อาจทำให้ปวดตามาก เกิดความเครียดอาจทำให้หลอดเลือดรอบดวงตาขยายใหญ่ขึ้น ส่งผลให้ผิวรอบดวงตามืดลงได้

 

  • อาการแพ้ อาการแพ้และตาแห้งอาจทำให้เกิดรอยคล้ำ เมื่อมีอาการแพ้ร่างกายจะปล่อยฮิสตามีนเพื่อตอบสนองต่อแบคทีเรียที่เป็นอันตราย นอกเหนือจากการทำให้เกิดอาการอึดอัดเช่นอาการคันตาแดงและตาบวมแล้วฮิสตามีนยังทำให้หลอดเลือดขยายตัวและมองเห็นได้ชัดเจนขึ้นใต้ผิวหนัง การแพ้ยังสามารถเพิ่มความอยากขยี้ และเกาผิวหนังที่คันรอบดวงตาได้ การกระทำเหล่านี้อาจทำให้อาการแย่ลงทำให้เกิดการอักเสบบวมและเส้นเลือดแตกได้

 

  • ภาวะขาดน้ำ เมื่อร่างกายไม่ได้รับน้ำในปริมาณที่เหมาะสมผิวหนังใต้ดวงตาจะเริ่มหมองคล้ำและดวงตาดูจมลง สาเหตุนี้เกิดจากการที่กระดูกอยู่ใกล้กับกระดูก

 

  • โดนแสงแดดมากเกินไป การสัมผัสกับแสงแดดมากเกินไปอาจทำให้ร่างกาย ผลิตเมลานินมากเกินไปซึ่งเป็นเม็ดสีที่ทำให้ผิวมีสี และโดนแสงแดดมากเกินไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับดวงตาอาจทำให้เม็ดสีในผิวหนังโดยรอบคล้ำได้

 

  • พันธุกรรม
    ประวัติครอบครัวยังมีส่วนในการพัฒนารอยคล้ำใต้ดวงตา อาจเป็นลักษณะทางกรรมพันธุ์ที่พบเห็นได้ในวัยเด็กและอาจแย่ลงเมื่ออายุมากขึ้นหรือหายไปอย่างช้าๆ ความโน้มเอียงต่อเงื่อนไขทางการแพทย์อื่น ๆ เช่นโรคต่อมไทรอยด์อาจส่งผลให้เกิดรอยคล้ำใต้ดวงตาได้

 

ร่องใต้ตาลึก รักษาอย่างไร?

ปัญหาร่องตาใต้เกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งกรรมพันธ์ และปัจจัยภายนอก เช่น สภาพแวดล้อม แสงแดด มลพิษต่างๆ หรือไขมันบริเวณใต้ตาเริ่มฝ่อตัวลง ทำให้เกิดร่องยุบบริเวณเบ้าตา บางรายเกิดจากการยุบตัวของกระดูกเบ้าตา ทำให้เห็นกระดูกเบ้าตาใต้คิ้วเป็นขอบชัดเจน มีวิธีแก้ปัญหา ร่องตาลึก ใต้ตาคล้ำ เบ้าตาลึก ได้แก่

 


1. ดื่มน้ำปริมาณมากๆ
เพราะเซลล์ผิวประกอบไปด้วยน้ำประมาณ 80-90 เปอร์เซ็นต์เลยค่ะ การดื่มน้ำให้ได้ 2-3 ลิตรต่อวันจะช่วยแก้ปัญหาการขาดดน้ำได้ ส่งผลให้ผิวที่เคยหมองคล้ำกลับมาสดใสเต่งตึง โดยเฉพาะผิวบริเวณใต้ดวงตา

 


2. ใช้ครีมบำรุงผิวรอบดวงตา
สำหรับใครที่ใช้อายครีมอยู่แล้ว มีข้อแนะนำเพิ่มเติมคือให้เลือกอายครีมที่มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์และมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ทารอบดวงตาเป็นประจำ เพราะสารเเหล่านี้จะเข้าไปช่วยทำให้เซลล์ผิวเกิดการฟื้นตัว การทาครีมรอบดวงตาที่ออกแบบมาโดยเฉพาะจะช่วยทำให้ใต้ตากลับมาดูกระจ่างใส

 


3.ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา (Filler)
การฉีดฟิลเลอร์ แก้ไขปัญหาเบ้าตาลึก คือการฉีดสารเติมเต็มเข้าในส่วนใต้ตาที่ยุบลงไป หลังฉีดเห็นผลได้ทันที ใต้ตาตื้นขึ้น รอยคล้ำใต้ตาคล้ำลดลง

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์
- สามารถสลายได้หมดไม่มีสารตกค้าง
- ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น
- ช่วยลดริ้วรอยเล็กๆใต้ตา ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์สดใสขึ้นด้วย
- หลังฉีดอาจมีอาการบวมแดง เขียวช้ำ หรือคันได้ในจุดที่ลงเข็ม การฉีดฟิลเลอร์จะ- สลายไปเองตามเวลา
(แนะนำควรฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ ในคลินิกที่ได้มาตรฐานและ ใช้ฟิลเลอร์แท้เท่านั้น เพื่อความปลอดภัย)

 

4.HIFU
Hifu เป็นเทคโนโลยียกกระชับบริเวณผิวหน้าและร่างกาย เป็นคลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ที่มีความปลอดภัยสูง ให้ผลทางด้านลดเลือนริ้วรอย ความหย่อนคล้อย

ข้อดี HIFU

- ให้ผลทางด้านลดเลือนริ้วรอย ความหย่อนคล้อย
- ไม่ต้องใช้เข็มฉีด ไม่ต้องผ่าตัด
- คลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์นี้ไม่เป็นอันตรายต่อลูกตา
- ช่วยลดริ้วรอยใต้ตาและรอบดวงตาได้โดยตรง
- ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ริ้วรอยร่องลึกตื้นขึ้น
- ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น

 

5.การฉีดด้วยไขมัน
การฉีดไขมันใต้ตาเป็นการแก้ไขปัญหาริ้วรอยและร่องลึก ด้วยไขมันของคนไข้เอง โดยหมอจะทำการเลือกไขมันส่วนเกินของคนไข้ นำไปเติมเต็มบริเวณใต้ตา
ข้อดีเป็นไขมันของตัวคนไข้เองจึงไม่ใช่สิ่งแปลกปลอม ลดความเสี่ยงต่ออาการแพ้
ข้อเสียใช้เวลาพักฟื้นอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์

Powered by MakeWebEasy.com