สิวเกิดจากอะไร สิวเกิดขึ้นได้อย่างไรอะไรเป็นสาเหตุการเกิดสิวที่รุนแรงยิ่งขึ้น

 

สาเหตุของการเกิดสิวนั้นเป็นที่เป็นที่พูดถึงและถกเถียงกันมานานแต่ส่วนใหญ่แล้วมักไม่ใช่ความเข้าใจที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม แพทย์ทุกคนล้วนมีความเห็นร่วมกันว่า การเกิดสิวนั้นมีความสัมพันธ์โดยตรงกับฮอร์โมนในร่างกาย  
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสิวกับฮอร์โมนได้ที่บทความสิวและฮอร์โมน 

พันธุกรรมยังเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่กระตุ้นให้การเกิดสิวแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล นอกจากนี้ ยาบางชนิด, การสูบบุหรี่, ความเครียดและการดูแลผิวอย่างไม่ถูกวิธีล้วนกระตุ้นให้เกิดสิวได้ อีกทั้งยังมีหลักฐานยืนยันว่าอาหารมีผลต่อการเกิดสิว 
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาเหตุสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดสิวได้ที่ สาเหตุและปัจจัยกระตุ้นการเกิดสิว

บทความนี้จะเน้นเรื่องสาเหตุทางกายภาพของการเกิดสิว โดยสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นในผิว และเน้นการตรวจสอบปัจจัยอันซับซ้อนหลายๆ ปัจจัย ที่ก่อให้เกิดสิวหัวดำ, สิวหัวขาวและสิวประเภทต่างๆ รวมถึงการที่สิวพัฒนาไปเป็นสิวอักเสบ 
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิวประเภทต่างๆได้ที่นี่
การเกิดสิวนั้นล้วนแต่ก่อตัวขึ้นจากสิวอุดตันขนาดเล็กมากที่มองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่าใต้ผิวหนัง

 

 

สิวอุดตัน (Comedone) คือสภาวะที่รูขุมขนเกิดการอุดตัน ส่วน ไมโครโคมีโดน (Micro-comedone) คือชื่อเรียกสิวอุดตันที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ไมโครโคมีโดนเกิดจากการสร้างชั้นเคราตินของเซลล์ผิวหนัง ในกรณีของผิวที่มีสุขภาพดี ไม่มีปัญหาผิว ไมโครโคมีโดนจะสลายไปเองตามธรรมชาติ แต่ในกรณีของผิวเป็นสิว ในขณะที่ไมโครโคมีโดนสลายตัว จะเกิดการอักเสบใต้ชั้นผิวร่วมด้วย ซึ่งในทางการแพทย์เรียกการอักเสบนี้ว่า การอักเสบชนิดไม่รุนแรง (micro-inflammations)

 

 

การอักเสบชนิดไม่รุนแรง  - สาเหตุหลักของวงจรสิว

สิวเป็นโรคที่มีพื้นฐานมาจากการอักเสบของผิวหนัง ผลการวิจัยล่าสุดพบว่าการอักเสบชนิดไม่รุนแรง เป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิว แท้จริงแล้วการอักเสบชนิดไม่รุนแรงนี้จะเกิดขึ้นเป็นประจำ จากการที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองต่อแบคทีเรีย, ลิพิด (lipids)หรือฮอร์โมนแอนโดรเจน (ฮอร์โมนเพศชาย)*

* "การค้นพบล่าสุดพบว่า การอักเสบนั้นเกิดขึ้นในทุกขั้นตอนของการเกิดสิว ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในขั้นที่สิวนั้นปรากฎอยู่บนผิวหนังแล้ว"  Dr.med. Markus Reinholz แพทย์ผิวหนังกล่าว

 

 

ประเภทของสิว 
ประเภทของสิวแบ่งตามลักษณะการเกิดสิวที่แตกต่างกันออกไป ได้แก่  

สิวอุดตัน (Comedones) แบ่งประเภทได้เป็นสิวอุดตันหัวเปิด สิวอุดตันหัวปิด และสิวอุดตันที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า สิวอุดตันเป็นสิวที่ไม่มีการติดเชื้อ เกิดจากการรวมตัวกันของเคราตินและไขมันบริเวณเหนือต่อมฟอลลิคูลาร์ 
สิวตุ่มแดง (Papules) เป็นสิวที่มีขนาดเล็กกว่า 5 มม. มีการอักเสบและนูนขึ้นมาเล็กน้อย 
สิวหัวหนอง (Pustules) เป็นสิวอักเสบที่มีหนองอยู่ภายในชัดเจน 
สิวอักเสบแดงเป็นก้อนลึก (Nodules) เป็นสิวขนาดใหญ่มากกว่า 5 มม. ลักษณะเป็นตุ่มนูนอักเสบอยู่ภายในชั้นผิวหนัง 

 

 

สิวเกิดขึ้นได้อย่างไร
ผิวหนังปกติของคนเราจะมีความชุ่มชื้น เนื่องจากต่อมใต้ผิวหนังผลิตซีบัม ซึ่งเป็นของเหลวที่มีน้ำมันและขี้ผึ้งปนกัน ส่งผ่านท่อเล็กๆ ขึ้นมาหล่อเลี้ยง สิวเกิดขึ้นเมื่อท่อเล็กๆ เหล่านี้ถูกอุดตันจากซีบัมที่ผสมกับผนังท่อจนรวมกันเป็นก้อนใหญ่ ดันขึ้นมาบนผิวหน้า กลายเป็นตุ่มเล็กๆ หรือสิวหัวขาว หากผสมกับเม็ดสีในผิวหนังจะกลายเป็นสิวหัวดำ และหากมีจุลินทรีย์อยู่บนผิวหน้าแถบนั้นก็จะทำให้เกิดการอักเสบเป็นรอยแดงหรือกลายเป็นหนองได้

ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงในวัยรุ่นทำให้คนวัยนี้เป็นสิวมากกว่าวัยอื่น เพราะฮอร์โมนไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานหนักขึ้น ผลิตไขมันมากขึ้น โอกาสที่ท่อจะอุดตันจึงเพิ่มขึ้นด้วย การรักษาหรือป้องกันสิวจำเป็นต้องจัดการที่สาเหตุ นั่นคือลดการสร้างไขมัน ป้องกันการอุดตันของท่อน้ำส่งซีบัม และกำจัดเชื้อโรคบนผิวหน้าเพื่อป้องกันสิวอักเสบลุกลาม

ช็อกโกแลตอาจไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้สิวกำเริบอย่างที่เข้าใจกัน
หลายคนเชื่อว่าช็อกโกแลต ของหวาน และอาหารทอดๆ มันๆ เป็นตัวการที่ทำให้เกิดสิว แต่สาเหตุแท้จริงที่ทำให้สิวกำเริบอาจมาจากสาเหตุอื่นๆ โดยเฉพาะความเครียดจากเรื่องต่างๆ เช่น การเรียนหรือการงาน ที่มีผลโดยตรงกับการหลั่งฮอร์โมน และมีผลทางอ้อมกับสิว ในระยะที่จิตใจปลอดโปร่งจึงรู้สึกว่าสิวลดลงไปด้วย ขณะเดียวกัน เมื่อเกิดความเครียดก็จะมีสิวขึ้นเยอะ และเป็นไปได้ว่าบางคนกินช็อกโกแลตหรือของหวานของมันเพื่อคลายเครียด เมื่อมีสิวขึ้นจึงคิดไปว่าเกิดจากอาหารเหล่านี้

นอกจากนี้หลายคนยังสับสนระหว่างสิวกับอาการแพ้อาหาร โดยผื่นแดงที่ผิวหนังอาจเป็นอาการแพ้อาหารอย่างหนึ่งซึ่งป้องกันได้โดยการเลิกกินอาหารชนิดนั้น เช่น กินปูแล้วเป็นผื่น ก็ควรเลิกกินปู เป็นต้น แต่ว่าสิวกับผื่นนั้นไม่เหมือนกัน จึงแก้ด้วยวีธีเดียวกันไม่ได้

ถึงแม้อาหารจะไม่ใช่ต้นเหตุหลักที่ทำให้เกิดสิว การงดอาหารบางอย่างจึงไม่น่าจะทำให้สิวหายได้ แต่สุขภาพโดยทั่วไปของผิวหนังก็ยังขึ้นอยู่กับภาวะโภชนาการของร่างกาย การกินอาหารไม่ครบถ้วน จนทำให้ร่างกายขาดสารอาหารบางอย่าง เช่น การขาดวิตามินเอ กรดไขมันที่จำเป็น วิตามินบีสอง และไนอาซีน สามารถทำให้ผิวหนังแห้ง ลอก เป็นขุย เป็นผื่น หรือมีตุ่มเล็กๆ ขึ้นตามผิวหนังได้

สำหรับวัยรุ่นที่มีโอกาสเกิดสิวมากเป็นพิเศษ ต้องหมั่นดูแลให้ผิวหน้าสะอาดอยู่เสมอ และเอาใจใส่เรื่องอาหาร ต้องกินอาหารครบทั้ง 5 หมู่ ไม่ควรเลือกกินเพียงหมู่หนึ่งหมู่ใดมากเป็นพิเศษ เช่น กินเนื้อสัตว์มาก หรือกินแป้งมาก เป็นต้น แต่ควรรับประทานผัก ผลไม้ในปริมาณที่พอเหมาะด้วย เพราะนอกจากจะให้เกลือแร่และวิตามินสูงแล้ว ยังมีกากใย ช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันยังไม่พบว่าการกินวิตามินจะช่วยรักษาสิวได้ เพราะการกินอาหารที่ถูกสัดส่วนนั้นเพียงพอสำหรับการรักษาสุขภาพของผิวหนังอยู่แล้ว ในขณะที่การกินของหวานจัดและมันมาก เป็นการกินอาหารที่ไม่ถูกหลักสัดส่วนโภชนาการ แม้ไม่ได้กระตุ้นให้เกิดสิวโดยตรง แต่ก็ส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างแน่นอน

สิวอุดตันคืออะไร ?
สิวอุดตัน โดยทั่วไปมีลักษณะเป็นเม็ด ตุ่ม หรือผื่น ซึ่งเกิดจากการอุดตันของต่อมไขมัน มีลักษณะแตกต่างกันไปตามแต่ละประเภทของสิว เช่น สิวผดที่มีลักษณะเป็นผดเล็กๆ แต่ไม่มีหัว และมักขึ้นบริเวณหน้าผาก ไรผม จมูก และแก้ม หากเหงื่อออกมากหรืออยู่ท่ามกลางสภาพอากาศร้อน บวกกับการเช็ดถูผิวหน้าแรงๆ โดยมีสิ่งสกปรกหรือแบคทีเรียทับถมเพิ่ม สิวอุดตันแบบเม็ดผดก็มักจะผุดขึ้นได้ง่าย นอกจากสิวผดแล้วก็ยังมีสิวหัวเปิดหรือสิวหัวดำ สิวหัวปิดหรือสิวหัวขาว และสิวที่ไม่สามารถมองด้วยตาเปล่าเห็น ซึ่งสิวแต่ละชนิดล้วนมีลักษณะบนใบหน้าที่เด่นชัดแตกต่างกันไป 

 
ประเภทของสิว 
ประเภทของสิวแบ่งตามลักษณะการเกิดสิวที่แตกต่างกันออกไป ได้แก่  

สิวอุดตัน (Comedones) แบ่งประเภทได้เป็นสิวอุดตันหัวเปิด สิวอุดตันหัวปิด และสิวอุดตันที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า สิวอุดตันเป็นสิวที่ไม่มีการติดเชื้อ เกิดจากการรวมตัวกันของเคราตินและไขมันบริเวณเหนือต่อมฟอลลิคูลาร์ 
สิวตุ่มแดง (Papules) เป็นสิวที่มีขนาดเล็กกว่า 5 มม. มีการอักเสบและนูนขึ้นมาเล็กน้อย 
สิวหัวหนอง (Pustules) เป็นสิวอักเสบที่มีหนองอยู่ภายในชัดเจน 
สิวอักเสบแดงเป็นก้อนลึก (Nodules) เป็นสิวขนาดใหญ่มากกว่า 5 มม. ลักษณะเป็นตุ่มนูนอักเสบอยู่ภายในชั้นผิวหนัง 
สิวซีสต์ (Cysts) เป็นสิวที่มีขนาดใหญ่กว่า 1 ซม. มีการอักเสบ และมีลักษณะเป็นก้อนที่มีของเหลวหรือกึ่งของเหลวอยู่ภายใน
ชนิดและลักษณะของสิวอุดตัน
สิวอุดตันแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิด ซึ่งลักษณะของสิวอุดตันแต่ละชนิดนั้นจะแตกต่างกันออกไปดังนี้

1. สิวอุดตันหัวเปิด
สิวอุดตันหัวเปิด (Open comedone) เป็นสิวอุดตันชนิดที่มีหัวสีดำ หรือที่เรามักเรียกว่า สิวหัวดำ (Black head) นั่นเอง สิวอุดตันชนิดนี้สามารถบีบหรือกดให้ออกมาจากใต้ผิวได้ แต่ควรทำอย่างถูกวิธี เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้เกิดการอักเสบตามมาได้



สิวอุดตันหัวเปิดมีลักษณะเป็นตุ่มนูนเพียงเล็กน้อย มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 0.1-3 มิลลิเมตร เมื่อสังเกตดูดีๆ จะเห็นว่ามีจุดดำอยู่ตรงกลางของหัวสิว โดยจุดสีดำนั้นเป็นกลุ่มของเซลล์ผิวที่ตายไปแล้ว รวมทั้งมีไขมันและเชื้อแบคทีเรีย Propionibacterium acne ที่ยังคงอุดอยู่ในท่อเปิดของต่อมไขมัน เราจึงเรียกว่า “สิวหัวดำ” นั่นเอง


2. สิวอุดตันหัวปิด
สิวอุดตันหัวปิด (Closed comedone) เป็นสิวอุดตันที่มีลักษณะเป็นสิวหัวขาว (White head) สิวอุดตันชนิดนี้ไม่มีหัวให้บีบหรือกดให้ออกจากผิวหนังได้ มิหนำซ้ำการบีบหรือกดสิวอุดตันหัวปิดอาจกลายเป็นการกดหรือบีบไขมันที่ไม่มีทางออกจากผิว ทำให้เกิดการทะลักกลับไปในผิวอีกครั้ง ซึ่งจะยิ่งส่งผลทำให้เนื้อเยื่อเกิดความเสียหายได้ ลักษณะสิวอุดตันชนิดนี้มักจะเป็นตุ่มนูนเพียงเล็กน้อย โดยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางอยู่ประมาณ 0.1-3 มิลลิเมตร และมีสีเดียวกับผิวหนังปกติของแต่ละคน


สิวอุดตันหัวปิดเกิดจากการอุดตันสะสมภายในท่อปิดของต่อมไขมันและรูขุมขน เมื่อท่อเปิดออกจะมีรูปร่างที่เล็กมากจนไม่สามารถมองเห็นได้ ขนาดของสิวอุดตันหัวปิดขึ้นอยู่กับเวลาที่เกิดสิวขึ้น โดยสิวอุดตันชนิดนี้สามารถอยู่ได้นานหลายเดือน แต่ประมาณ 75% ของสิวอุดตันหัวปิดจะกลายไปเป็นสิวอักเสบในที่สุด


3. สิวอุดตันที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
สิวอุดตันที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า (Microcomedone) เป็นสิวอุดตันที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ โดยในช่วงที่เริ่มเข้าสู่วัยรุ่นนั้น ร่างกายจะสร้างฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า แอนโดรเจน (Androgen) ซึ่งต่อมไขมันจะตอบสนองต่อฮอร์โมนตัวนี้ และทำให้เกิดการหลั่งไขมันออกมาเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ สารแอนโดรเจนยังช่วยกระตุ้นให้มีการสร้างเซลล์ชั้นขี้ไคลของรูขุมขน ซึ่งจะทำให้เกิดสิวอุดตันที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งอาจจะหายได้เอง หรือไม่ก็กลายไปเป็นสิวลักษณะอื่นๆ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่างด้วย เช่น หากเกิดการสะสมของไขมัน รวมทั้งเซลล์ชั้นขี้ไคลมากขึ้นเรื่อยๆ ก็จะทำให้เกิดสิวอุดตันหัวเปิดหรือสิวอุดตันหัวปิด แต่หากมีแบคทีเรียก็จะกลายเป็นสิวอักเสบขึ้นมา

 

 

 

 รักษาสิวที่ Real Clinic พิเศษอย่างไร 

 

1 ) Micella deep cleansing : ทำความสะอาดผิงและผลัดเซลล์สลายหัวสิวด้วยอณูละอองน้ำ ขจัดคราบสิ่งสกปรกภายใต้รูขุมขน และเปิดผิวเพื่อทำการกดสิว 

2 ) กดสิว : กดสิวอุดตัน กดไม่อั้น กดกันจนเกลี้ยง กดให้หมดจด ไม่นับเม็ด ไม่จับเวลา ด้วยชุด Sterilize โดยผู้ชำนาญการด้านกดสิว
.
.
3 ) Real Cooldration : ผลักตัวยาลงสู่ชั้นผิวได้อย่างล้ำลึกด้วยความเย็น และอ่อนโยน พร้อมให้ความเย็นเพื่อคงคุณภาพของตัวยา และไม่ทำให้ค่า PH ของผิวเปลี่ยนแปลง กระชับรูขุมขน ผดผื่น ให้ผิวแข็งแรง ลดรอยบวม รอยสิว รอยช้ำ รอยดำ ผ่อนคลายผิว
.
.
4 ) Acne intensive Mask : มาร์คฆ่าเชื้อสิวสูตรเข้มข้น ลดรอยแดงจากการกดสิว ลดการอักเสบ และฆ่าเชื้อสิวเกิดใหม่
.

 

Powered by MakeWebEasy.com